|
เตรียมรับมือกับไข้หวัดหมู (Swine Influenza) |
|
|
|
| เนื่องจากมีข่าวการระบาดของเชื้อไข้หวัดหมู ทางเราก็มิได้นิ่งนอนใจ จึงหาบทความที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันตนเองจากเชื้อเหล่านี้มาให้ผู้อ่านของเราได้ปฏิบัติกันค่ะ
|
อพอ. เกาะติดสถานการณ์ไข้หวัดหมูระบาด (ฉบับที่ 1)
วันที่ 27 เมษายน 2552
ตามที่มีรายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่และปอดบวมในประเทศเมกซิโก ตั้งแต่กลางเดือน มีนาคม 2552 และทวีความรุนแรงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา (ถึง 27 เม.ย.52) พบว่ามีผู้ป่วยรวม 1,614 ราย เสียชีวิต 103 ราย จากการเก็บตัวอย่าง ตรวจเชื้อยืนยันว่า เกิดจากเชื้อ Influenza A ชนิด H1N1 ซึ่งเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ของหมู (Swine Influenza-A) ติดมายังคน และทำให้สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนต่อไปได้ นอกจากนี้ยังพบรายงานผู้ป่วยในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่รัฐ California , Kansa , Newyork , Ohio , Texas รวม 20 ราย ประเทศสเปน 3 รายแต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
ขณะนี้ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมกับศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (CDC) , สาธารณสุขในเมกซิโก และแคนาดา กำลังร่วมมือกันเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อนี้ โดยรักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ WHO ฝ่ายสาธารณสุขและสภาพแวดล้อมยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสไข้หวัดหมูนี้อาจจะกลายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์อันตรายยิ่งขึ้นได้ ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญของ WHO กำลังตัดสินใจว่าจะเพิ่มการเตือนภัยจากระดับ 3 เป็นระดับ 4 หรือไม่ ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงอยางมากที่จะระบาดไปทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข ได้เฝ้าระวังมาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2552 โดยได้ประสานงานใกล้ชิดกับ WHO และ CDC ยืนยันว่ายังไม่พบเชื้อนี้ในประเทศไทย
ความรู้ทั่วไปกี่ยวกับ Swine Influenza (ไข้หวัดหมู)
- เกิดจากเชื้อ Influenza A ชนิด H1N1 ระยะติดต่อ 1 วันก่อนมีอาการ และตลอดเวลาที่มีอาการ
- ติดต่อสู่คนได้โดยสัมผัส ละอองเสมหะจากการไอ จาม จากคนที่เป็นโรค หรือคนสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของสัตว์ที่เป็นโรค โดยเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านเยื่อเมือก เช่น ตา , จมูก , ปาก
ไม่ใช่การกินเนื้อสัตว์ที่เป็นโรค
- อาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป คือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย อาจมีท้องเสีย อาเจียน บางรายมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง คือ ปอดอักเสบ มักพบในรายที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังฯ
- ยาที่ใช้รักษา คือ Oseltamivir และ Zanamivir
- ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน วิธีที่ป้องกันดีที่สุด คือ หลีกลี่ยงเดินทางไปยังที่ที่มีการระบาด และ
สุขอนามัยส่วนบุคคล บุคคลที่มีอาการป่วยไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ มีไข้ ไอ จาม ปวดเมื่อยตามตัว ควรหยุดงานอยู่บ้าน และไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด เพื่อยืนยันและรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลโดยเคร่งครัดใน เน้นเรื่องของการใช้หน้ากากอนามัยและการล้างมือ
คำแนะนำเพื่อการป้องกันการติดเชื้อ และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่
- ห้ามใช้มือ แคะตา แคะจมูก ปากและฟัน
- ล้างมือใหสะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์ (60%)
- หลีกลี่ยงสถานที่มีผู้คนแออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
- หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดผู้ป่วย หากจำเป็น ควรป้องกันตนเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย
ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย
- ควรงดการเดินทางไปในที่ที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดหมู ทั้งในสัตว์และคน กรณีจำเป็นต้องไป
ควรป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด
- รักษาสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ผักและผลไม้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
และพักผ่อนให้เพียงพอ
- เมื่อเกิดการระบาดใหญ่ ควรเตรียมสำรอง อาหาร น้ำ ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ยา
สามัญประจำบ้าน ของใช้ที่จำเป็น เทียนไข , ไม้ขีดไฟ , ถ่านไฟฉาย , วิทยุ
การป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น
- ระวังไม่ไอ จาม รดผู้อื่น ควรใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู ปิดปาก ปิดจมูก และทิ้งลงในถังขยะที่ปิดสนิท
- เมื่อป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ควรสวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น ควรแยกตัวออกจากผู้อื่น
หรือ พักอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายดี
|