| ส้นเท้าแตก ไม่ใช่โรค แต่ต้องรักษา? |
|
|
นั่นเป็นหนึ่งสาเหตุค่ะ ยังมีอีกหลายเงื่อนไขด้วยกัน ที่ทำให้คุณสาวๆ กลายเป็นเจ้าของส้นเท้าแตกได้ เราไปคุยเรื่องนี้กับนพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ หัวหน้าศูนย์ผิวหนัง ความงาม และเลเซอร์ รพ.นครธน ซึ่งคุณอาจคิดไม่ถึงเลยว่า อาจเพราะกรรมพันธุ์!? ครับ สาเหตุข้อแรก-จากกรรมพันธุ์ ฝ่าเท้าหนา ไม่มีความชุ่มชื่น ข้อสอง-เป็นโรคภูมิแพ้ เป็นคนผิวหนังแห้ง หรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป เป็นภาวะโรคอ้วน ผิวหนังที่ส้นเท้ารับน้ำหนักมากเกินไป เวลาเดินลงน้ำหนัก เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดส้นเท้าแตกได้ ข้อสาม-จากการเป็นผื่นแพ้ รวมทั้งการเป็นเชื้อรา ผิวตรงบริเวณส้นเท้าเกิดการแตก และข้อสี่- เกิดจากการเสียดสี เช่น อาจใส่รองเท้าที่แข็ง หรือเดินเท้าเปล่า ทำให้เท้าเสียดสีตามพื้นบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หญิงไทยเรานิยมใส่รองเท้าเปิดส้น แฟชั่นรองเท้าแตะแบบหนีบก็อินตลอดกาล ผิวหนังตรงบริเวณส้นเท้าจึงเสียดสีได้ง่าย ยังผลให้นานวันค่อยๆ แข็ง และหนาขึ้น จนเกิดอาการแห้งแตกในที่สุด ตอนขับรถด้วยครับ ผู้หญิงเยอะที่ชอบถอดรองเท้า ไม่ก็ใส่รองเท้าแตะ ทำให้ส้นเท้าไปถูเสียดสีกับพื้นยาง หมอรัสมิ์ภูมิบอกว่าไลฟ์สไตล์เยี่ยงนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งเหมือนกัน กระทั่งสิ่งแวดล้อม อย่างสาวออฟฟิศทำงานในห้องปรับอากาศทั้งวัน ความชื้นต่ำ ยังผลให้ผิวแห้งทั้งตัวรวมทั้งเท้าด้วย หรือใครที่ชอบแช่เท้าทำความสะอาดผิวด้วยน้ำอุ่นและสบู่บ่อยๆ และแต่ครั้งก็แช่เท้าซะนานเชียว โอเค แม้เท้าของคุณสะอาดจริง แต่การดูแลเท้าวิธีนี้ถี่ๆ เท่ากับล้างน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวออกเกินความจำเป็น ยังผลให้เท้าแห้ง ..สาเหตุหนึ่งของส้นเท้าแตกได้ ต้องดูว่าสาเหตุจากอะไร ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ถ้าเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ ภูมิแพ้ สองอันนี้แก้ยาก หมอรัสมิ์ภูมิเผยวิธีการรักษา ทางการแพทย์ใช้พวกครีมที่มียูเรีย เพื่อช่วยให้ความชุ่มชื่น เพราะยูเรียจะดูดน้ำจากอากาศเข้าสู่ผิว ทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น อาการแตกจะดีขึ้น ถ้ายูเรียเปอร์เซ็นต์สูงหน่อย มันจะมีประสิทธิภาพลอกผิวที่หนาให้บางลง บรรดาครีมทากันแก้ส้นเท้าแตกที่วางจำหน่ายทั่วไปมีสารตัวนี้ผสมอยู่ ทว่าปริมาณมากน้อยแค่ไหน ประสิทธิภาพขนาดใด คุณต้องดูจากราคา และส่วนผสมบนฉลากด้วยตัวเองนะคะ ถ้ามีอาการผื่นคัน ผิวแพ้ อาจจากการอบชื้น ติดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือแพ้น้ำ แพ้พวกผงซักฟอก-น้ำยาขัดพื้น ต้องมาหาหมอรักษา เพราะนั่นขึ้นไปอีกสเต็ป (step) แล้ว ตามภาษาชาวบ้านที่พูดว่า น้ำกัดเท้า เรื่องส้นเท้าแตกเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มน้ำกัดเท้านี้อีกที กรณีเพียงส้นเท้าแตก หมอรัสมิ์ภูมิแนะนำให้หมั่นใส่ถุงเท้า รวมทั้งตอนขับรถด้วย การตะไบขัดส้นเท้าเป็นวิธีชั่วคราว เอาที่แข็งๆ ออก เดี๋ยวก็ขึ้นมาใหม่ ผมว่าใส่ถุงเท้าดีกว่า แต่บ้านเราอากาศร้อนชื้น ก็ใส่ถึงจุดหนึ่ง ถ้าร้อน ก็ถอดออก อย่าใส่นานจนเท้าอบเป็นเชื้อรา และอาจใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่าง ทาน้ำมันมะพร้าว ผมก็ว่าดีนะครับ *สารพัดวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน รักษาส้นเท้าแตก!? กล้วยหอม นำเปลือกกล้วยหอมมาถูตรงบริเวณส้นเท้าที่แตก ถูไป-มา แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 - 15 นาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาดเสร็จแล้ว เช็ดให้แห้งพร้อมกับทาครีมบำรุงส้นเท้า วิธีนี้ควรจะทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 - 3 ครั้ง นมสด ต้มนมสด 1 ถ้วยให้เดือด เติมน้ำมะนาวกับกลีเซอรีน 1 ช้อนชาลงไป คนให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ให้เย็นประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นล้างเท้าให้สะอาด แล้วนำส่วนผสมสุดเจ๋งนี้มาทาให้ทั่วส้นเท้าก่อนเข้านอน แล้วก็ ใส่ถุงเท้าฝ้ายทับ เค้าว่าตื่นเช้ามา..อาการส้นเท้าแตกจะดีขึ้นทันตาเห็น ลองดูสิคะ น้ำมะนาว นำน้ำมะนาวกับดินสอพองมาผสมกันทาบริเวณที่แตกก่อนนอนทุกคืน แผลก็จะค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ ยางมะละกอ นำเอายางมะละกอสดมาทาบริเวณส้นเท้าแตกก่อนนอนทุกคืน ส้นเท้าที่แตกจะค่อยๆ จางหายไป ยางของต้นรัก นำยางของต้นรักมาทาส้นเท้าที่แตกทุกวัน เค้าว่าประมาณ 1-2 อาทิตย์ จะเห็นผลค่ะ สารส้ม ต้องเป็นสารส้มอย่างดี นำมาผสมน้ำแล้วเอาสำลีชุบถูตามที่แตก ทิ้งไว้นานๆ ส้นเท้าที่แตกก็ดีขึ้น ::หมอให้ทิป 1) ควรใส่รองเท้าหรือถุงเท้าเป็นประจำ นอกจากช่วยปกปิดส้นเท้าไม่ให้คราบสกปรกสะสมแล้ว ยังช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิวหนังได้ 2) ทำความสะอาดเท้าพอสมควร อย่าใช้สบู่แช่น้ำนานๆ ผิวเท้าที่แตกแห้งจะยิ่งอาการหนักมากขึ้น 3) หลังทำความสะอาดโดยการขัดหรือแปรง ควรทาครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นทุกครั้ง ทางที่ดี ควรใส่รองเท้าปิดส้นจนกว่าผิวจะปกติ 4) ถ้าเป็นร่องลึกเจ็บ อาจปิดร่องด้วยกาวตราช้างเพื่อทุเลาอาการเจ็บ กาวจะหลุดออกเองภายหลัง 5) เมื่ออยู่ในบ้าน ก็ควรใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าหุ้มส้น เพื่อช่วยทุเลาอาการส้นเท้าแตก ***************** ASTVผู้จัดการออนไลน์
|
||||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|














