Ladytip.com : สุขภาพและความงาม : ตำรับดูแลผิวให้ใสกิ๊ก

ตำรับดูแลผิวให้ใสกิ๊ก

ตำรับดูแลผิวให้ใสกิ๊ก ยุคนี้ ใครๆ ก็อยากให้ผิวพรรณของตัวเองสดใส แต่จะมีวิธีการดูแลอย่างไร ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องรู้จักกรรมวิธี และมีเคล็ดลับในการจัดการตัวเองพอสมควรที่จะหลีกเลี่ยงแสงแดด รศ.นพ.ปิติ พลังวชิรา ศูนย์ผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ประการแรกควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะในแสงแดดประกอบด้วยแสงอัลตราไวโอเลตชนิดเอ ซึ่งมีความยาวคลื่น 320 -400 นาโนเมตร และแสงอัลตราไวโอเลตชนิดบี ที่มีความยาวคลื่น 290 – 320 นาโนเมตร

ทั้งนี้ รังสีอัลตราไวโอเลตชนิดบีจะยับยั้งการสร้างสารพันธุกรรมที่เรียกว่า “ดีเอ็นเอ” โดยจะไปขัดขวางการแบ่งตัวของเซลล์และเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง รวมทั้งส่งเสริมให้รังสีไวโอเลตชนิดเอก่อให้เกิดผลกระทบกับผิวหนัง ด้วยการทำให้เกิดผื่นแดงไหม้จากแสงอาทิตย์ รวมทั้งเป็นอันตรายต่อผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอย

ดังนั้น ใครที่ยังไม่อยากเกิดริ้วรอยก่อนวัยจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและปกป้องผิวโดยการสวมเสื้อแขนยาว กระโปรง กางเกงขายาว และสวมหมวกปีกกว้างหรือกางร่มร่วมกับการทาครีมกันแดดที่มี SPF อย่างต่ำ 15

เลือกใช้เครื่องสำอางให้เหมาะ ทานผักผิวดีกว่าทานเนื้อ

สำหรับการเลือกใช้เครื่องสำอางควรเลือกชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง รู้จักทำความสะอาดผิวหนังเพื่อให้ผิวพรรณดูหมดจด

ส่วนคนที่มีเครื่องสำอางบนใบหน้า อาจต้องใช้ครีมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อช่วยในการชำระล้างขจัด สิ่งสกปรก ฝุ่นละออง คราบเหงื่อไคลออกจากรูขุมขนบนใบหน้า ถ้าผิวหน้าแห้ง ต้องใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวหน้าเกิดความชุ่มชื้นพักผ่อนนอนหลับให้เต็มที่ เพื่อร่างกายจะได้มีเวลาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

“การนอนหลับพักผ่อนเต็มที่จะช่วยทำให้อารมณ์แจ่มใสไม่หงุดหงิด พยายามควรคุมอารมณ์อย่าให้เครียด เพราะว่าความเครียดจะทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายแปรปรวนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ ระบบเผาผลาญอาหารหรือระบบขับถ่าย ซึ่งส่งผลให้ผิวพรรณไม่สดใสและเกิดริ้วรอยได้”

“ขณะเดียวกันก็ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง กระชับ ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายและผิวหนังดีขึ้น ทำให้ผิวพรณสดใส มีน้ำมีนวล ที่สำคัญคือการออกกำลังกายจะทำให้มีการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งทำให้คนที่ออกกำลังกายมีความสุขคลายความเครียดได้”

แต่จุดที่ไม่ควรลืมก็คือ ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และครบหมู่ ตั้งแต่โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ รวมทั้งอย่าลืมดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว / วัน ควรรับประทานผักผลไม้มากๆ คนที่รับประทานผักและผลไม้จะมีผิวพรรณสดใสดูอ่อนกว่าวัยกว่าพวกที่ชอบรับ ประทานเนื้อสัตว์

นอกจากนี้ ยังมีผลวิจัยพบว่าคนที่รับประทานผักและผลไม้จะมีจิตใจอ่อนโยนมากกว่าคนที่ ชอบรับประทานเนื้อสัตว์

ออกกำลังกายบนใบหน้า

รศ.น.พ.ปิติบอกด้วยว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่มีการเสริมแต่งผิวพรรณให้สดใส โดยเฉพาะผิวพรรณบริเวณใบหน้า มีการใช้ครีมรองพื้นซึ่งมีส่วนผสมของครีมกันแดดเพื่อให้ผิวหน้านวล ทาลิปสติก ทาบรัชออน เขียนคิ้ว เพื่อให้ใบหน้าดูมีชีวิตชีวา

อย่างไรก็ตาม จะต้องไม่ลืมออกกำลังกายบริเวณกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า โดยใช้วิธีการผ่อนคลาย ปล่อยวางอารมณ์แล้วอ้าปากให้ขากรรไกรตกลงมาให้มากที่สุด พยายามทำบ่อยๆ เมื่อมีโอกาส วิธีการนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ากระชับ

ขณะเดียวกันควรงดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ทำให้ผิวหนังเหี่ยวแก่เร็ว โดยสาเหตุเกิดจากหลอดเลือดไปเลี้ยงผิวหนังหดตัว ทำให้ผิวหนังรับสารอาหารและออกซิเจนน้อยลง

ทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นและเกิดรอยเหี่ยวย่น รวมทั้งยังไปทำลายวิตามินต่างๆ เช่นวิามินซี และวิตามินบีรวม แถมส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง ปอดอักเสบเรื้อรัง มะเร็งปอดได้อีกด้วย

การใช้ยาลบริ้วรอย

รศ.น.พ.ปิติให้คำแนะนำทิ้งท้ายว่า ผู้หญิงบางคนใช้ยาช่วยลบริ้วรอย อย่างกรดวิตามินเอ กรดเอเอชเอ (AHA) โคเอนไซม์คิวเทน ก็ควรจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังก่อน แต่สำหรับการรับประทานโสม หรือยาอายุวัฒนาที่มีการโฆษณาอย่างแพร่หลายว่าเป็นสารสกัดจากปลาทะเลน้ำลึก ที่บอกสรรพคุณว่าสามารถช่วยซ่อมแซมผิวพรรณให้แข็งแรง ยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นนุ่มเนียนขึ้นและช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นนั้น ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการใดๆ ช่วยสนับสนุนสรรพคุณที่กล่าวอ้าง

ทั้งนี้ เพราะไม่มียามหัศจรรย์ใดๆ ในโลกนี้ที่จะต่อต้านความแก่ได้ นอกเสียจากการดูแลสุขภาพกายใจของให้อยู่ในสภาวะที่สมดุลและปฏิบัติตามคำแนะ นำข้างต้นที่จะทำให้ไม่เสียทั้งเงินและเสียความรู้สึกอย่างแน่นอน

ข้อมูล จาก ผู้จัดการออนไลน์

 

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง