Ladytip.com : สูตรลดน้ำหนัก : หลีกทางให้ความอ้วน

หลีกทางให้ความอ้วน

หลีกทางให้ความอ้วนความอ้วน ถ้าไม่ใช่เพราะเกิดจากรรมพันธุ์แล้ว สาเหตุอื่นที่เหลือก็มีแต่เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารทั้งสิ้น การที่จะมีรูปร่างที่สมส่วนไม่ใช่เป้าหมายเพียงอย่างเดียวที่มีความจำเป็นที่จะต้องลดน้ำหนัก เพราะว่าสารพัดโรคที่จะแวะเวียนเข้ามาสู่ร่างกายนั้นเป็นปัญหาที่ใหญ่หลวงทีเดียว แค่น้ำหนักเกินมาตรฐานเพียง 1 กิโลกรัม เท่ากับว่าน้ำหนักจะกดทับไปที่หัวเข่าถึง 15 กิโลกรัม และเป็นสาเหตุของอาการปวดที่เข่านั่นเอง จึงถึงเวลาแล้วใช่มั้ยคะที่จะลดความอ้วนกัน

คนที่น้ำหนักเกินจำเป็นต้องควบคุมอาหารพวกแป้ง น้ำตาล ของจุบจิบ ขนมขบเคี้ยว ต่างๆ ซึ่งอุดมไปด้วยไขมัน เพราะร่างกายได้รับสารอาหารเหล่านี้มากเกินไปจะไม่ดีแน่นอน มีหลายวิธีที่ใช้ในการลดน้ำหนัก โดยเฉพาะวิธีการฝืนพฤติกรรมการกินแบบเดิมๆ ของคุณจนหักมุม ทำให้ผู้ลดน้ำหนักหลายคน ถึงกับอิดโรย  ซึมเศร้า  น้ำหนักจะลดจริงในช่วงแรก และจะอยู่ในเวลาไม่นาน แล้วก็จะกลับมาอ้วนใหม่อีก ดังนั้นเราควรเดินแต่สายกลางไว้จะดีกว่าค่ะ คือ อย่ากินมากกว่าที่ใช้ ถ้าเรากินอาหารมาก แล้วใช้พลังงานน้อย พลังงานที่เหลือก็จะสะสมเป็นไขมัน อยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะ หน้าท้อง ต้นขา สะโพก

เริ่มง่ายๆ โดยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นอาหารที่มีกากใยมากๆ เพราะกากใยจะช่วยลดความอ้วนได้ เนื่องจากมันจะดูดซับน้ำ ทำให้พองตัวกินเนื้อที่มนกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และทานได้น้อยลง ถ้าจะให้ดี ควรทานช้าๆ เพื่อให้กากใยนั้นพองตัวขึ้นเราก็จะอิ่มแล้วจะกินน้อยลงกว่าเดิมค่ะ นอกจากนี้ กากใยยังช่วยลดปริมาณพลังงานที่ร่างกายดูดซึมจากอาหาร โดยจะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายให้เร็วและง่ายขึ้น ดูดซับไขมันและน้ำตาล ช่วยควบคุมน้ำตาลและไขมันในเลือดได้ดีอีกด้วย ใยอาหารที่ได้จากพืช เช่น ถั่งแดง ถั่วดำ งา ข้าวไม่ขัดสีต่างๆ ซึ่งจะมีใยอาหารสูงถึง 19-28 กรัม จากอาหาร 100 กรัม ผักและผลไม้มีใยอาหารปานกลางคือ 4-14 จากอาหาร 100กรัม ผักและผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่นแตงโม สับปะรด มีใยอาหารต่ำ คือน้อยกว่า 4 กรัม จากอาหาร 100 กรัม

นอกจากการควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือ สารสกัดจากผลส้มแขก ซึ่งจะมีประสิทธิภาพสกัดกั้นและเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่สะสมตามบริเวณต่างๆ และยับยั้งการสร้างไขมันส่วนเกินที่เกิดจากอาหารประจำวันประเภทคาร์โบไฮเดรต สารนี้จะมีประสิทธิ์ภาพแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และพฤติกรรมของแต่ละคน สำหรับวัยรุ่นควรระวัง ช่วงอายุที่เหมาะคือ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งระบบของร่างกายจะโตเต็มที่ ผู้หญิงมีครรภ์และแม่ที่ให้นมลูกไม่ควรใช้ เพราะจะส่งผลต่อลูก อย่างไรก็ตาม สารสกัดจากผลส้มแขกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ได้ค่ะ

 

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง