Ladytip.com : บทความแนะนำ : สาเหตุยอดนิยม 7 อย่างที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ได้

สาเหตุยอดนิยม 7 อย่างที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ได้

สาเหตุยอดนิยม 7 อย่างที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ได้เขียนโดย susanb แปลโดยโอฬาร ตันติภนา

ยอมรับซะเถอะว่าการลดน้ำหนักไม่ใช่งานง่ายๆเลย เพราะถ้ามันเป็นเรื่องง่ายๆแล้วเราคงไม่เห็นคนมากมายพยายามลดน้ำหนักลงและควบคุมให้คงที่อยู่ทุกวันนี้หรอก สูตรสำเร็จที่ว่าทานแคลอรี่ให้น้อยกว่าที่ใช้ไปในแต่ละวันนั้นฟังดูเรียบง่ายมากแต่การนับแคลอรี่อย่างถูกต้องไม่ว่าจะเป็นแคลอรี่ที่ทานเข้าไปหรือแคลอรี่ที่ใช้ไปมันต้องอาศัยการฝึกฝนจริงจังพอควร แต่ฉันพบว่าคนจำนวนมากที่มีความตั้งใจที่ดีในการลดน้ำหนักได้สิ่งผิดพลาดร้ายแรงมากมายในแผนการดูแลน้ำหนักตัวของเขาซึ่งมันแย่กว่าปัญหาการนับแคลอรี่ผิดๆซะอีก

ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยของฉันบอกว่าพวกเขาไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะพวกเขาทำความผิดพลาดยอดนิยมในการไดเอ็ทดังต่อไปนี้อย่างน้อย 2-3 อย่าง

1. การอดอาหาร – คนจำนวนมากเหลือเกินที่คิดว่าการอดอาหารบางมื้อคือวิธีลดแคลอรี่ที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด แต่ทว่ามันไม่ใช่แผนการที่ดีเลยสักนิด หากคุณอดอาหารบางมื้อแล้วคุณจะหิวมากเกินไปในมื้อถัดไปแน่นอน หรือ คุณจะบอกกับตัวเองว่า ‘ฉันแทบไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน’ แล้วสวาปามทุกอย่างมากเกินไป คนที่ประสบความสำเร็จในการไดเอ็ทส่วนใหญ่จะกินอาหารตามมื้ออาหารปกติ และ กินของว่าระหว่างมื้ออาหารหากระยะเวลามันห่างกันเกิน 4 ชั่วโมงโดยประมาณ

2. ทานโปรตีนน้อยเกินไป – นักไดเอ็ทส่วนใหญ่รู้ว่าผักให้แคลอรี่น้อยที่สุดในบรรดาอาหารทั้งหลาย ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามกินแต่ผักตลอดวันโดยแทบไม่แตะอาหารชนิดอื่นๆเลย แต่หากคุณได้รับโปรตีนไม่เพียงพอละก็คุณจะหิวอีกครั้งเร็วมากๆทั้งๆที่เพิ่งกินไปไม่นาน เพราะโปรตีนคือสารอาหารที่ทำให้ระงับความหิวได้ดีที่สุด ดีกว่าคาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน ฉะนั้นจงเลือกทานมื้ออาหารหรือของว่างที่มีโปรตีนทุกครั้ง

3. ทานคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไป – (คาร์โบไฮเดรตนั้นรวมถึง ข้าว, ขนมปัง, อาหารประเภทแป้งทุกชนิด, น้ำตาล, ผัก, ผลไม้) ฉันรู้ว่ายังมีคนที่ใช้วิธีลดน้ำหนักโดยทานคาร์โบไฮเดรตน้อยๆอยู่แต่ว่าการทานคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไปนั้นหมายความว่าคุณจะไม่ได้รับ ‘คาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ’ ด้วยเช่นกัน กล่าวคือ ผัก และ ผลไม้สดๆที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คุณจำเป็นต้องได้รับคาร์โบไฮเดรตในผลไม้และผักเพื่อเป็นพลังงานให้ร่างกายของคุณเคลื่อนไหวได้ และ เส้นใยอาหารที่มีในผักผลไม้จะช่วยให้คุณอิ่มท้องด้วย

4. ไม่จดบันทึกว่ากินอะไรไปบ้างแล้ว – คุณอาจวางแผนการกินไว้คร่าวๆแล้วและรู้สึกเหมือนรู้ตัวดีสุดๆว่าได้กินอะไรไปมากแค่ไหนดังนั้นคุณจึงไม่จดบันทึกลงกระดาษเอาไว้ แต่มีโอกาสเยอะมากที่คุณจะลืมเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่น การแทะเล็มอาหารเล็กๆน้อยๆตลอดวัน, ปริมาณอาหารที่มากขึ้นนิดนึง, เครื่องปรุงรสและน้ำซอสต่างๆที่คุณไม่ได้ใส่ใจ ฉะนั้นจงเขียนทุกสิ่งที่คุณกิน ในทุกเวลาที่คุณกินเพื่อความแม่นยำมากขึ้น

5. การคิดว่าอาหารที่บอกว่า ‘ดีต่อสุขภาพ’ จะมีแคลอรี่น้อยไปซะทุกอย่าง – อย่าทึกทักเอาเองว่าจะกินได้ตามใจปากเพียงเพราะอาหารที่จะกินมีป้ายติดว่า ‘ไขมันต่ำ’ หรือ ‘ไม่มีน้ำตาล’ มันก็มีแคลอรี่อยู่ดี ฉะนั้นคุณจำเป็นต้องดูที่ฉลากโภชนาการข้างถุงเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับแคลอรี่เท่าไรจากอาหารชนิดนั้น แล้วคุณจะทานได้ปริมาณเท่าไรต่อวันเพื่อให้ลดน้ำหนักได้

6. เปลี่ยนวิถีชีวิตมากเกินไปเพื่อการไดเอ็ท – ถ้าหากว่าคุณทานอาหารขยะเป็นส่วนมากและเหนื่อยจนแทบจะเป็นลมทุกครั้งที่ขึ้นบันไดก็แน่นอนละว่าคุณมีงานต้องทำเยอะพอควรล่ะ บางคนประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและนิสัยการกินของตัวเองอย่างมากมายในทันทีแต่คนส่วนใหญ่ต้องการเวลาสำหรับเปลี่ยนแปลงทีละขั้นตอน ถ้าคุณวางแผนจะพลิกโฉมวิถีชีวิตตัวเองในทันทีนั่นอาจเป็นการวางแผนให้ตัวเองล้มเหลวก็ได้ จะเพิ่มการเปลี่ยนแปลงทีละอย่างสองอย่างที่คุณสามารถทำได้ต่อเนื่องทุกวันเข้าไปในวิถีชีวิตของคุณ อย่างเช่น การก้าวเดินมากขึ้นวันละนิดโดยใช้เครื่องวัดจำนวนก้าวช่วยนับ

7. คิดว่าได้ใช้พลังงานในการออกกำลังกายมากเกินจริง – การศึกษาพบว่าคนเราประมาณแคลอรี่ที่ใช้มากกว่าความเป็นจริงถึง 25% คนบางคนคิดว่าการวิ่งเหยาะๆรอบตึกจะเผาผลาญแคลอรี่จากไอศกรีมซันเดย์ราดซอสชอคโกแลตได้หมด ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เลย อันที่จริงคุณจะต้องตีเทนนิสประเภทเดี่ยวเป็นเวลา 2 ชั่วโมงติดต่อกันจึงจะเผาผลาญไอศกรีมถ้วยนั้นได้หมด

 

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง