Ladytip.com : บทความแนะนำ : อย่าให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารและการพักผ่อน

อย่าให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารและการพักผ่อน

อย่าให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารและการพักผ่อนเขียนโดย susanb, แปลโดย โอฬาร ตันติภนา

อย่าชดเชยการใช้พลังงานด้วยอาหารและการพักผ่อนมากเกินไป
คุณอาจเคยเจอเรื่องแบบนี้กับตัวเอง – หลังจากออกกำลังกายหนักกว่าเดิมนิดหน่อย คุณพบว่าตัวเองกำลังคิดว่า “ฉันเพิ่งเผาผลาญแคลอรี่ไปมากเหลือเกิน ฉันกะว่าจะกินชีสเบอร์เกอร์สักชิ้น” มันเรียกว่า “การชดเชยแคลอรี่” บ่อยครั้งที่เราจบด้วยการการกินมากเกินไปหลังจากออกกำลังกายโดยเชื่อว่าตนเองใช้พลังงานไปมากกว่าที่เรากินเข้าไป แต่การกินมากเกินไปซึ่งเพิ่ม”แคลอรี่ที่ได้รับมากขึ้น”ไม่ใช่แค่สิ่งเดียวที่เราทำเพื่อชดเชย บางครั้งเราปรับ”การใช้แคลอรี่ออกไป” – และหลังจากเราทำกิจกรรมอะไรบางอย่างที่ไม่ได้หนักหนาอะไร เราชดเชยมากเกินด้วยการทำตัวไม่กระฉับกระเฉงตลอดวัน หรือขี้เกียจตลอดวันที่เหลือนั่นเอง

มันเคยถูกบอกกันมาว่าพวกเราแต่ละคนเกิดมาพร้อมกับ”มาตรวัดกิจกรรม”ของตัวเอง – หรือก็คือเครื่องมือทางชีวภาพที่รักษาการใช้พลังงานต่อวันของเราให้ค่อนข้างคงที่ แนวคิดคือเมื่อไรก็ตามที่เราทำกิจกรรมอะไรที่ค่อนข้างหนักหน่วง, มาตรวัดระดับการทำกิจกรรมต่างๆข้างในตัวจะบอกให้เรา “ชดเชยมัน” ด้วยการอยู่นิ่งเฉยเพิ่มมากขึ้น

แต่แนวคิดเรื่อง “มาตรวัดกิจกรรม” นั้นถูกตั้งข้อสงสัย เรื่องหนึ่งก็คือ, ถ้าการคำนวณระดับพลังงานที่ใช้ของเรานั้นถูกกำหนดไว้ตายตัว มันก็ควรจะควบคุมเราไปตลอดชีวิต แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น

การศึกษาพบว่าเด็กเล็กๆและผู้ใหญ่อายุเกิน 60 ปีพักผ่อนเพื่อการชดเชยกิจกรรมต่างๆจริง – พวกเขาสร้างสมดุลของการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการพักอยู่เฉยๆ ดั้งนั้นการใช้พลังงานต่อวันของพวกเขาจึงค่อนข้างคงที่วันแล้ววันเล่า แต่สำหรับวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวแล้วการทำกิจกรรมต่างๆมากมายไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการชดเชยด้วยการพักผ่อนในเวลาที่เหลือของวัน – ดังนั้นพวกเขาจึงใช้พลังงานต่อวันไปมากกว่าปกติ

ถึงแม้ว่ามาตรวัดกิจกรรมนั้นมีอยู่จริง มันก็มีปัจจัยทางจิตวิทยาอื่นๆที่ส่งผลต่อความสมดุลการใช้พลังงานของเราด้วย – มันมีอิทธิพลไม่ใช่แค่เรื่องว่าเราจะออกกำลังมากแค่ไหนแต่กับเรื่องที่ว่าเราจะปรับการใช้พลังงานของเรา(หรือไม่)ด้วยการพักผ่อนหรือให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารมากขึ้น

เราสามารถ – และทำได้บ่อยๆด้วย – ก้าวข้ามการควบคุมทางชีวภาพที่กำหนดอาหารที่เราทาน และ กำหนดการตัดสินใจอย่างมีสติว่าเราจะกินมากหรือน้อยแค่ไหน และในทำนองเดียวกันเราสามารถควบคุมปริมาณของพลังงานที่เราใช้ในแต่ละวันได้อีกด้วย เราสามารถใช้บางสิ่งกำหนดกิจกรรมทางกายภาพตามปกติของเราได้ และเราสามารถหาเครื่องมือมาช่วย (เช่น การจดบันทึกกิจกรรม, เครื่องนับก้าวเดิน(pedometer) หรือ แอพพลิเคชั่นในมือถือ) ที่จะช่วยเราไปถึงเป้าหมายและรักษาน้ำหนักตัวของเราไว้ได้

เครื่องมือเหล่านั้นยังช่วยจัดการปริมาณ “แคลอรี่ที่ได้รับ” และ “แคลอรี่ที่ใช้ไป” ได้ดีอีกด้วย คนส่วนใหญ่ประมาณว่าเผาผลาญแคลอรี่มากเกินจริงไปถึง 2-3 เท่า และ ประมาณแคลอรี่่ที่ทานเข้าไปน้อยกว่าความจริงถึง 20%-40% การติดตามแคลอรี่ของคุณจะทำให้คุณรู้ว่าการเดินเล่นรอบสวนสาธารณะนั้นเผาผลาญแคลอรี่ไม่ได้มากเท่ากับการกินชีสเบอร์เกอร์สักชิ้น หรือ สมควรแก่การนอนหลับสักงีบเลย

 

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง